การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิด…เสาวเพ็ญ  บุญประสพ

ชื่อเรื่อง        การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง

(Constructivism) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริม

ทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (TAPSE Model)

ผู้ศึกษา        นางสาวเสาวเพ็ญ  บุญประสพ

ตำแหน่ง       ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา    โรงเรียนพิบูลมังสาหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ปีการศึกษา    2562

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ  คือ  1)  เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 22)  เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/753)เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 24) เพื่อประเมินผลรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6   ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2562 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จำนวน  1 ห้องเรียน รวมทั้งหมด 36 คนได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบด้วย  1)รูปแบบการเรียนการสอน2)แผนการจัดการเรียนรู้3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ(%) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( )ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบที (t– test )แบบ  Dependent Sampleโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา4  ขั้นตอน  คือ  ขั้นตอนที่ 1  การวิจัย (Research– :Analysis): การศึกษาข้อมูลพื้นฐานขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนาหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอน (Development– : Design and Development)ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research– :Implementation)และขั้นตอนที่ 4  การพัฒนา (Development– : Evaluation)การประเมินผลและปรับปรุง

ผลการวิจัยพบว่า

1)จากจุดมุ่งหมายหมายของหลักสูตรผลการประเมินผลนักเรียนจากPISA,TIMSS  และ O – NETผลการสัมภาษณ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  และครูผู้สอนคณิตศาสตร์โรงเรียนพิบูลมังสาหาร  ผลการศึกษาการวิจัยและพัฒนาเพื่อออกแบบรูปแบบการเรียนการสอน  ได้สังเคราะห์เป็นรูปแบบการเรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาของ  มาเรียม  นิลพันธุ์ (2558: 239)  และเควิน ครูส (Kevin Kruse. 2017: Online) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ภายใต้แนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism)  การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  แนวคิดพิรามิดการเรียนรู้ (Learning Pyramid)และการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)

2)  รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์  ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า TAPSE Model  มี  5  ขั้น  คือ  1)ขั้นดึงความสนใจนำเข้าสู่บทเรียน(T)  2) ขั้นปฏิบัติงานสร้างองค์ความรู้(A)  3)ขั้นนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู(P)   4) ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ความรู้(S)  5) ขั้นประเมินผล(E)

3)  ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบ TAPSE  เท่ากับ78.80/77.87  เป็นไปตามเกณฑ์ 75/75

4)  ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.01  และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบ TAPSE  ในระดับมากที่สุด